วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่ 14











Mind Map กับการศึกษาและการจัดการความรู้
แผนที่ความคิดมีความสำคัญต่อนักเรียน นักศึกษาเพราะ

มันเปิดโอกาสและช่วยส่งเสริมให้
- วิเคราะห์และโยงเชื่อม
- 
เป็นนักคิดที่มีคุณภาพ
- 
เรียนรู้อย่างมีความหมาย
- 
คิดอย่างยืดหยุ่นได้
- 
สื่อสารผู้อื่นได้อย่างชัดเจนและดีขึ้น
- 
รับผิดชอบและเป็นฝ่ายรุกต่อการเรียนรู้
- 
ตีความและตีกรอบองค์ความรู้ได้
- 
แสวงหาความหมาย  ไล่ล่าหาโครงสร้างของโลกรอบตัว
- 
ขยายความ  มองออกไปนอกห้องเรียน  นอกสถาบันการศึกษา
- 
จัดการกับปัญหาได้อย่างเป็นระบบแต่ยืดหยุ่น
- 
เข้าใจและมีทัศนะที่เป็นบวกต่อข้อมูลและข้อโต้แย้ง
- 
ตัดสินใจอย่างผู้ที่มองรอบด้าน
- 
เห็นความคิดของตนเอง และพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น
- 
เป็นการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
วิธีการนำเข้าสู่การเรียนรู้ทักษะการเรียน  Mind Mapก็คือพยายามเชื่อมโยงความคิดรวบยอดหรือกระบวนทัศน์ของการเรียน  Mind Map  กับประสบการณ์ตรงในเรื่องแผนที่ของผู้เรียนเอง  จากนั้นเริ่มนำเข้าสู่ประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้
- การคัดเลือกข้อมูล
- 
คำกุญแจ/ประเด็นหลัก/สัญลักษณ์
- 
การจัดระบบเชิงภาพ
- 
ประโยชน์ใช้สอยของแผนที่
-ลงมือเขียนแผน

ข้อดีของการใช้ Mind Mapช่วยสอน
- 
ช่วยให้นักเรียนสนใจเรียน
- รู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องธรรมชาติ
สร้างสรรค์สนุกสนาน
- ไม่ซ้ำซาก
  ยืดหยุ่น  ปรับเปลี่ยนได้ง่าย
- 
นักเรียนรับรู้และเรียนรู้ได้ดีขึ้น
- 
นักเรียนเข้าใจได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
- 
กระดาษลดลง
- ลดปัญหาการนำเสนอความคิดที่ยาก
 
ตัวอย่างผลการวิจัย แสดงให้เห็นศักยภาพการใช้แผนที่ความคิดและวาดภาพประกอบการสัมภาษณ์  ช่วยให้การบันทึกข้อมูลมีประสิทธิภาพ  เกิดการสื่อสารได้สองทางMind Map กับการจัดการความรู้  และ ประสบการณ์การนำ Mind Map  มาใช้ในชุมชน  Mind Mapสามารถเป็นเครื่องมือในการระดมสมอง  ระดมความคิดของชาวบ้านได้มีการพัฒนาความคิดและเป็นเครื่องมือที่นำมาพัฒนาความคิดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติและทำให้เกิดความรู้มากมายมหาศาล
เทคนิคการ สอนโดยใช้หมวก 6 ใบ เทคนิค หมวก 6 ใบ เป็นเทคนิคการสอนแบบตั้งคำถามเป็นการสอนเพื่อพัฒนาการคิดสำหรับนักเรียน ทุกระดับชั้นมีขั้น ตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ
1. แบ่งนัก เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6-8 คน
2. แบ่งกลุมนักเรียนให้คิด ดังนี้
กลุมที่ 1 ตั้งคำถามให้คิด (สีขาว)
กลุ่มที่ 2 ถามความรู้สึก (สีแดง)
กลุ่มที่ 3 ตรวจสอบหาผลกระทบ (สีดำ)
กลุ่มที่ 4 หาข้อดี (สีเหลือง)
กลุ่มที่ 5 หาทางเลือกในการพัฒนา (สีเขียว)
กลุ่มที่ 6 โครงสร้างกระบวนการคิด
3.กลุ่มสรุปแผนการดำเนินโครงการ
จากการศึกษา
เรื่อง หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ ทำให้ได้รับความรู้และทดลองฝึกปฎิบัติวิธีการคิดที่หลากหลาย ทำให้ทราบว่า เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง เราสามารถมีวิธีการคิด หรือมุมมองในเรื่องเดียวกันนั้น ได้หลายแบบ แล้วแต่ว่า คุณคิดโดยใช้หมวกสีใด
ซึ่งการคิดโดย ใช้หมวกสีต่างๆ ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น แล้วแต่ความเหมาะสมและการนำไปใช้ประโยชน์ ที่นี้มาดูนะคะว่าหมวก 6 ใบนั้นมีสีอะไรบ้าง และหมายถึงการคิดแบบใด
หมวก 6 ใบ หรือ 6 สี
สีขาว
หมายถึง การคิดแบบอิงอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงข้อมูล และตัวเลข โดยไม่มีอคติ ไม่ลำเอียง
-  สวมบทบาทเป็นคอมพิวเตอร์ ให้ข้อเท็จจริงแบบเป็นกลาง และไม่มีอคติ ไม่ต้องตีความ ขอแค่ข้อเท็จจริงเท่านั้น อะไรคือข้อเท็จจริงต่างๆของเรื่องนี้ เมื่อครูต้องการให้เด็กคิดแบบสวมหมวกสีขาวก็ตั้งคำถามให้คิด
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1.  เรามีข้อมูลอะไรบ้าง
2. เราต้องการข้อมูลอะไรบ้าง
3. เราได้ข้อมูลที่ต้องการมาด้วยวิธีใด
สีแดง หมายถึง การคิดที่อยู่บนพื้นฐานของอารมณ์และความรู้สึก
-  สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับข้อมูลที่เป็นกลาง ลางสังหรณ์ สัญชาตญาณ ความประทับใจ สิ่งที่ไม่ต้องการข้อพิสูจน์ สิ่งที่ไม่ต้องเหตุหรือผลหรือหลักฐานมาอ้างอิง
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1. เรารู้สึกอย่างไร
2. นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ทำ
3. นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไรกับความคิดนี้
สีดำ หมายถึง การคิดที่อยู่บนพื้นฐานของข้อควรระวัง และคำเตือน เป็นหัวใจของการคิด
- ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนของเรื่องนั้น คอยเตือนภัยให้ระวังตัว สิ่งนั้นไม่สอดคล้องกับประสบการณ์ในอดีตอย่างไร ทำไมสิ่งนั้นอาจใช้การไม่ได้ ชี้ให้เห็นปัญหาและความยุ่งยาก การอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ ดำรงคุณค่าและจริยธรรม
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1. อะไรคือจุดอ่อน
2. อะไรคือสิ่งที่ผิดพลาด
3. อะไรคือสิ่งที่ยุ่งยาก
สีเหลือง หมายถึง การคิดที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกที่ดี เป็นมุมมองในแง่บวก รวมถึงความหวัง และการคิดในแง่ดี เป็นการคาดการณ์ในเชิงบวก
- เป็นความคิดเชิงบวก สีเหลืองคือสีของแสงแดดและความสว่างสดใส การมองโลกในแง่ดี การมุ่งมองที่ผลประโยชน์ การคิดที่ก่อให้เกิดผล หรือทำให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1. จุดดีคือะไร
2. ผลดีคืออะไร
สีเขียว หมายถึง การคิดที่อยู่บนพื้นฐานของความคิดริเริ่ม และความคิดใหม่ๆ
- เป็นความคิดใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ การจงใจสร้างความคิดริเร่มใหม่ๆขึ้นมา ทางเลือกใหม่ๆ และอีกหลายทางเลือกใหม่ๆ การเปลี่ยนแป ลง และแง่มุมใหม่ในการมองปัญหา
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1. นักเรียนจะนำความคิดนี้ไปทำอะไร
2. ถ้านักเรียนจะทำให้สิ่งนี้...(ดีขึ้น)...จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร
สีฟ้า หมายถึง การคิดที่อยู่บนพื้นฐานของการคิดแบบควบคุม การจัดระบบกระบวนการคิด และการใช้หมวกอื่นๆ
-  เป็นการคิดที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการคิด การควบคุมหมวกคิดใบอื่นๆ เป็นการมองภาพรวมข้อสังเกตและสถานการณ์โดยรวม สรุปและลงมติ
ตัวอย่างของคำถาม เช่น
1. อะไรที่ต้องการ
2. ขั้นตอนต่อไปคืออะไร
3. อะไรที่ทำไปก่อนแล้ว
ข้อสังเกตในการจัดการเรียนการสอน
1. จุดเน้น การสอนควรเน้นที่ทักษะ หรือหมวกที่กำลังสอน ทบทวนชื่อของหมวกที่ใช้บ่อย ๆ
2. ชัดเจน หลีกเลี่ยงความสับสน ถ้ามีความสับสนให้พิจารณาสิ่งที่ง่าย ๆ โดยให้ตัวอย่างชัดเจน
3.ว่องไวรวดเร็ว ทำแบบฝึกหัดสั้น และสะท้อนผลอย่างรวดเร็ว
4. สนุกสนาน การจัดกิจกรรมต้องใช้ความคิดและแบบฝึกที่มีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  ได้กล่าวถึงขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบหมวกคิด 6 ใบ ไว้ดังนี้
1. การเตรียมการจัดการเรียนรู้

1.1 ผู้สอนควรศึกษาหลักสูตรให้เข้าใจอย่างถ่องแท้จัดทำตารางการวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องสัมพันธ์กับหลักการ จุดหมาย มาตรฐานการเรียนรู้ และคำอธิบายรายวิชาเพื่อจัดทำหน่วยการเรียนรู้และออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.2 กำหนดเทคนิควิธีสอนและกิจกรรมการสอนที่สอดคล้องกับข้อ 1 โดยเลือกใช้เทคนิควิธีสอนที่หลากหลาย
1.3 สำรวจองค์ประกอบที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้
1.3.1 จัดเตรียมสื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.3.2 จัดเตรียมเครื่องมือวัดผลประเมินผลที่หลากหลายครอบคลุมทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย และเน้นการประเมินตามสภาพจริง
2. แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

2.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ โดยใช้วิธีการและสื่อที่หลากหลายประกอบการใช้คำถาม กระตุ้นซักถาม ทบทวนหรือแสดงความคิดเห็นให้ผู้เรียนนำประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่
2.2 ขั้นดำเนินการสอน เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ ลักษณะกิจกรรมมุ่งให้ผู้เรียนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากที่สุด กล่าวคือ ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ร่วมกันแสดงออกด้วยการตั้งคำถาม ตอบคำ
ถาม โดยออกแบบกรอบของการคิด ด้วยการใช้คำถามตามสีของหมวก (หมวกแต่ละสีใช้แทนวิธีคิดแต่ละแบบ) ซึ่งจะใช้หมวกสีใดก่อนหลังก็ได้ และผู้เรียนสามารถใช้คำถามของหมวกแต่ละสีได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกระทั่งได้คำตอบหรือองค์ความรู้ในเรื่องที่เรียนอย่างชัดเจน ในขั้นตอนนี้จึงจำเป็นต้องมีการร่วมกันวิเคราะห์เพื่อให้ได้ความจริง ข้อเท็จจริง หรือคำตอบที่ต้องการ
ลักษณะ คำถามที่นำมาใช้ในขั้นตอนนี้ เป็นดังนี้
หมวกสีขาว ใช้คำถามที่กระตุ้นให้เสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากการอ่าน การสังเกต หรือ เหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีแดง ใช้คำถามกระตุ้นเพื่ออธิบายความรู้สึกต่อข้อมูลเรื่องราว หรือเหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีเหลือง ใช้คำถามให้ค้นหาข้อดี หรือจุดเด่นของข้อมูลเรื่องราว หรือเหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีดำ ใช้คำถามให้ระบุสาเหตุของปัญหาความไม่สมบูรณ์ความล้มเหลว เป็นต้น
หมวกสีเขียว ใช้คำถามเสนอวิธีแก้ไข การเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าทางเลือกใหม่ เป็นต้น
หมวกสีฟ้า ใช้คำถามเพื่อตัดสินใจ หรือสรุปข้อมูล เช่น ข้อคิดความรู้ที่ได้รับ ทางเลือกที่จะนำไปปฏิบัติ เป็นต้น
2.3  ขั้นสรุป เป็นการสรุปผลการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้สอนเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม โดยผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้ ภาพรวมของเรื่องที่เรียนหรือสรุปสาระสำคัญของบทเรียน โดยนำความรู้ที่ได้ทั้งหมดมานำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสรุปข้อค้นพบ หรือสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่
2.4  ขั้นประเมินผล ควรใช้วิธีการที่หลากหลาย ประเมินสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการจัดกิจกรรม ซึ่งได้จากการสรุปการทดสอบ การบันทึก การตรวจผลงาน การประเมินผล อาจเปิดโอกาสให้ผู้เรียน เพื่อน ผู้ปกครอง หรือชุมชนร่วมประเมินผลได้
สุรป
   เทคนิคการคิดแบบ six thinking hats จะเป็นการรวมความคิดด้านต่างๆ ไว้ครบถ้วนทุกด้าน ระบบให้คนคิดทีละด้าน มองทีละด้าน จากด้านหนึ่งไปมองอีกด้านหนึ่ง จะได้เห็นภาพจริงที่ชัดเจน ทำให้พิจารณาความคิดใหม่ ๆ ได้รอบคอบ เป็นผลให้เกิดความคิดที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การคิดเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้ การใช้วิธีคิดแบบสวมหมวกคิดsix thinking hats จะช่วยให้ผู้คิดสามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนในการคิดอย่าง สร้างสรรค์และสามารถแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
 ตัวอย่างองค์กรที่มีการนำ Six Thinking Hats ไปใช้
    บริษัท ไอบีเอ็ม ที่นำวิธีการ มาใช้ ทำให้สามารถลดเวลาในการประชุมแต่ละ ครั้งได้ถึง 75 % เนื่องจากเกิดการโต้เถียงในที่ประชุมน้อยลง เพราะไม่นำความคิดหลายด้านมาปะปนกัน ทำให้ช่วย ประหยัด เวลาได้มาก และมีองค์กร ขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก นำ Six Thinking Hats ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการ พัฒนาองค์กร
การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน
  แนวคิด การสอนแบบโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน  เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจของผู้เรียนอย่างลุ่มลึก  โดยผ่านกระบวนการหลักคือ กระบวนการแก้ปัญหา ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง  จึงเป็นการเรียนรู้จากการได้มีประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้
 ความหมาย การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน คือ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัดประสบการณ์ให้แก่นักเรียนเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริง
 วัตถุประสงค์   การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน
1. มีประสบการณ์โดยตรง
2. ได้ทำการทดลองและพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
3. รู้จักการทำงานอย่างมีระบบ  มีขั้นตอน
4. ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
5. ได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา
6. ได้รู้จักวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา
7. ฝึกวิเคราะห์  และประเมินตนเอง
 ประเภทของโครงงาน1. โครงงานแบบสำรวจ
2. โครงงานแบบทดลอง
3. โครงงานสิ่งประดิษฐ์
4. โครงงานทฤษฎี
รูปแบบการจัดทำโครงงาน1. ชื่อโครงงาน
2. คณะทำงาน
3. ที่ปรึกษา
4. แนวคิด / ที่มา / ความสำคัญ
5. วัตถุประสงค์ / จุดมุ่งหมาย
6. ขั้นตอนการดำเนินงาน / วิธีการศึกษา
7. แหล่ง / สถานศึกษา (ถ้ามี)
8. วัสดุ  อุปกรณ์
9. งบประมาณ
10. ระยะเวลาการดำเนินงาน
11. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
 ขั้นตอนในการสอนทำโครงงาน การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานมี  4  ขั้นตอน คือ
1. กำหนดความมุ่งหมายและลักษณะโครงงานโดยตัวนักเรียนเอง
2. วางแผนหรือวางโครงงาน  นักเรียนต้องช่วยกันวางแผนว่าจะทำอะไร  ใช้วิธีการหรือกิจกรรมใด  จึงจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
3. ขั้นดำเนินการ  ลงมือทำกิจกรรมหรือแก้ปัญหา
4. ประเมินผล  โดยประเมินว่ากิจกรรมหรือโครงงานนั้นบรรลุผลตามความมุ่งหมายที่กำหนดไว้หรือไม่  มีข้อบกพร่อง  และควรแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างไร
ความแตกต่าง
 เทคนิคการคิดแบบ six thinking hats จะเป็นการรวมความคิดด้านต่างๆ ไว้ครบถ้วนทุกด้าน ระบบให้คนคิดทีละด้าน มองทีละด้านจากด้านหนึ่งไปมองอีกด้านหนึ่ง จะได้เห็นภาพจริงที่ชัดเจน ทำให้พิจารณาความคิดใหม่ ๆ ได้รอบคอบ เป็นผลให้เกิดความคิดที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การคิดเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้ การใช้วิธีคิดแบบสวมหมวกคิด six thinking hats จะช่วยให้ผู้คิดสามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนในการคิดอย่าง สร้างสรรค์และสามารถแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
 การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน
 แนวคิดการสอนแบบโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรีย เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจของผู้เรียนอย่างลุ่มลึกโดยผ่านกระบวนการหลักคือ กระบวนการแก้ปัญหา ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเองจึงเป็นการเรียนรู้จากการได้มีประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้
ความเหมือนคือขั้นตอนในการคิด สร้างสรรค์และสามารถแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้




กิจกรรมที่ 13


คำถามที่ผมอยากให้ทุกคนร่วมกันคิด โดยเฉพาะผู้จะเป็นครู คือ 

1)  ในปัจจุบัน เด็กไทย(รวมถึงผู้ใหญ่ไทย) มีสุขนิสัยที่ดี ในเรื่องพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมสุขภาพ ที่เหมาะสมหรือไม่ เพียงใด
      ไม่ เพราะ ปัจจุบันการบริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปมากเนื่องจากมีสินค้าและบริการมากมายให้เลือกและขาดการออกกำลังกาย และทำให้ การบริโภคโดยการไม่วางแผนในการกินทำให้ปัจจุบันทำให้เกิดโรดต่างๆมากมายเช่น  โรคอ้วน  เบาหวาน  เป็นต้น  
 2)  ในปัจจุบันเด็กไทย(รวมถึงผู้ใหญ่ไทย) มีกีฬาประจำตัว มีปฏิทินการ
ออกกำลังกาย และได้ออกกำลังกายตามปฏิทินอย่างจริงจัง มากน้อยเพียงใด
(ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล แพทย์ไทย มักจะถาม     คำถามว่า “มีโรคประจำตัว
อะไรบ้าง” แต่ไม่เคยถามว่า “หนู มีกีฬาประจำตัวหรือไม่ มีปฏิทินออก  กำลัง
กายไหม)
    น้อย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาในการออกกำลังกายเนื่องจากต้องทำงานและที่ออกกำลังกายมีน้อยกว่า
ถามว่า “หนู มีกีฬาประจำตัวหรือไม่ มีปฏิทินออก กำลังกายไหม เป็นคำถามที่ดีถ้าเป็นอย่างนั้นเพราะโรดต่างๆเกิดจากสุขภาพไม่ดี3)  เด็กไทยมีความสามารถในการบริหารสุขภาพจิต การควบคุมอารมณ์ หรือการพัฒนาบุคลิกภาพหรือไม่ เพียงใด(ดูได้จากบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในทันทีที่มีการประกาศผลการแข่งขัน จะมี 1 ทีมที่ร้องให้ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้)
     ไม่และน้อยดูได้จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่นกลุ่มวัยรุ่นตีกัน  คดีขมขื่น  การฆ่าตัวตาย   ส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นวึ่งเป็นอนาคตของชาติ  4)  ขณะนี้โรงเรียนได้ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก พอ ๆ กับ การส่งเสริมด้านวิชาการหรือไม่ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ได้รับค่านิยมสูง(มีชื่อเสียง)
     ไม่แน่ใจ  แต่จากความคิดเห็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจะส่งเสริมและเน้นวิชาการมากกว่า   การให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กโรงเรียนเล็กๆก็ทำได้บางครั้งทำได้ดีกว่า
 5) เมื่อเปิดภาคเรียน ภายใน 2 สัปดาห์แรก ครูประจำชั้นได้ทำความรู้จักกับนักเรียนมากน้อยเพียงใด มีการจำแนกเด็กนักเรียนเป็นกลุ่มเสี่ยง-กลุ่มปกติหรือไม่ (กลุ่มเสี่ยงหมายถึง ผลการเรียนอ่อน สุขภาพไม่ดี มีปัญหาทางครอบครัว รวมถึงมีผลการเรียนดีมาก เกรดเฉลี่ย 4.00 มาโดยตลอด ซึ่งจะเสี่ยงในเรื่องความเครียด)
ไม่ 
 6)  ครูประจาชั้น หรือโรงเรียนได้จัดระบบดูแล-ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่าง
ไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในชีวิต(สมัยที่ผมเป็นครูประจำชั้น ผมจะประกาศราย
ชื่อ “ผู้ช่วยอาจารย์ประจำชั้น” โดยเลือกจากนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้นักเรียน
เหล่านี้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับครู มีการประชุมร่วมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง)
  เห็นด้วย  การเลือกอาจารย์ประจำชั้น  โดยเลือกจากนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับครู มีการประชุมร่วมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  เพราะถือว่าเป็นที่ว่างใจของเด็กแล้ว
7)  โรงเรียนมีการพัฒนารายวิชา(วิชาเลือก/วิชาเพิ่มเติม) ที่เกี่ยวข้องกับ การ
ควบคุมอารมณ์ การพัฒนาบุคลิกภาพ การบริหารจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต
ฯลฯ หรือไม่(หลักสูตรประเทศสิงค์โปร์ เด็กอนุบาล ต้องเรียนวิชา “การควบ
คุมอารมณ์”)
    มีน้อย แต่เห็นด้วยที่ โรงเรียนมีการพัฒนารายวิชา(วิชาเลือก/วิชาเพิ่มเติม) ที่เกี่ยวข้องกับ การควบคุมอารมณ์ การพัฒนาบุคลิกภาพ การบริหารจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานในการสร้างบุคลิกของบุคคลและเป็นการสร้างการอยู่ร่วมกับสังคมและสร้างฐานการเผชิญปัญหาต่างๆได้ดี
       8) โรงเรียนมีการประเมินมาตรฐานด้าน สุขภาพกาย และสุขภาพจิต เป็น
ระยะ ๆ อย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด
น้อยอยู่       
9) โรงเรียนมีแบบประเมิน/แบบสังเกตภาวะสุขภาพกาย สุขภาพจิตของนัก
เรียน เพื่อครูประจำชั้น และ พ่อแม่ใช้ในการสังเกต-ประเมินนักเรียนในความ
รับผิดชอบ หรือบุตรหลานของตนเอง หรือไม่ ฯลฯ
มีแต่น้อยแต่ถ้าโรงเรียนมีแบบประเมิน/แบบสังเกตภาวะสุขภาพกาย สุขภาพ
จิตของนักเรียน เพื่อครูประจำชั้น และ พ่อแม่ใช้ในการสังเกต-ประเมินนัก
เรียนในความรับผิดชอบ หรือบุตรหลานของตนเองเป็นสื่งที่ดีเพราะการแก้
ปัญหาต้องร่วมกันทุกฝ่ายและเข้าใจเด็กด้วย
    
 การทบทวนคำถาม ดังกล่าวข้างต้น จะทำให้เรามองเห็นสภาพปัจจุบัน-ปัญหา ในการจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือของประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่อง การพัฒนาเด็กแบบไม่สมดุล ที่เน้นการพัฒนาด้านวิชาการ มากกว่าการพัฒนา ด้านสุขนิสัย สุขภาพกาย สุขภาพจิต ซึ่งเป็นเรื่องสาคัญ จากการศึกษาแนวคิด เรื่อง The Healthy Classroom Hasting(2006) ได้เขียนถึงปัญหา การบริโภคอาหารไร้คุณภาพ(Junk Food) ปัญหาการเบี่ยงเบนทางเพศ ปัญหาการทำร้ายร่างกายตนเอง ปัญหาการฆ่าตัวตายของเด็ก ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ชักจะเข้าใกล้ประเทศเรามากยิ่งขึ้นทุกวัน ยกเว้นเราจะมีการทบทวนสภาพปัญหาเหล่านี้กันอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่า จะนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ หรือแนวทางการแก้ปัญหา ที่เป็นรูปธรรม ในโอกาสต่อไปได้อย่างแน่นอน ทางเลือกเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตนักเรียน
สรุป  ปัญหาเหล่านี้ชักจะเข้าใกล้ประเทศเรามากยิ่งขึ้นทุกวัน มีการปัญหาเหล่านี้กันอย่างจริงจัง ดิฉันเชื่อว่า จะนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ หรือแนวทางการแก้ปัญหา ที่เป็นรูปธรรมและเกิดผมที่ดีต่อประเทศชาติแน่

กิจกรรมที่ 12

 สรุปงานนักศึกษาจะมี 2 ชิ้น คือ
      1) สรุปเล่าเหตุการณ์การเดินทางและองค์ความรู้ที่พบลงนบล็อกของนักศึกษา 
      2) นำเสนอรูปภาพมีคำบรรยายประกอบรูปภาพ ลงในโปรแกรม Slide.com หรือโปรแกรมอื่น ๆ
ในกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นการศึกษานอกสถานที่ นักเรียนต้องออกแบบเก็บข้อมูลให้ละเอียดมากที่สุด

ไม่ได้ไปเชียงใหม่

โครงการ         รับนักศึกษา เอกสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏ     นครศรีธรรมราช   ปี  2554
ผู้รับผิดชอบ    นางสาวจริยา  ศรีวิชัย
1. หลักการและเหตุผล
ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีความประสงค์รับสมัครนักเรียน นักศึกษา เข้าศึกษาใน  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2554โดยวิธีการคัดเลือกตรง เพื่อเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี และ 5 ปี
2. จุดประสงค์
1.เพื่อคัดเลือกนักศึกษาตามนโยบายมหาวิยาลัย
2.เพื่อเพื่อคัดเลือกนักศึกษาเข้าหลักสูตร
    3. เป้าหมาย
        เพื่อคัดเลือกนักศึกษาใหม่ที่มีคุณลักษณะตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนดจำนวน100  คน  
   4. วิธีดำเนินการหรือกิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
      แบ่งเป็น  2  ช่วง
      ช่วงเช้า  นักเรียนเริ่มการสัมภาษณ์  เวลา   08.00 - 11.00 น.
      ช่วงเย็น   นักเรียนเริ่มเข้าสัมภาษณ์  เวลา  13.00 - 17.00 น.
      5.ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการ
       วันที่  19  มกราคม  2554
     6. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
        ได้นักศึกษาตามที่หลักสูตรกำหนดและเด็กที่มีคุณภาพ

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่ 9

ให้นักศึกษา ดูทีวีในแหล่งความรู้โทรทัศน์สำหรับเลือกดูคนละหนึ่งเรื่อง การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน  ให้สรุปเป็นประเด็นสำคัญ ที่นักศึกษาเห็นว่าสำหรับการจัดการเรียนการสอน และหากนักศึกษาไปฝึกสอนในสถานศึกษาที่ได้ดูจากทีวี  นักศึกษาจะเตรียมตัวออกสังเกตการสอนว่า  อาชีพครูจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีอย่างไร และจะทำให้เกิดกับตัวนักศึกษาได้อย่างไร  เขียนอธิบายขยายความลงในบล็อกของนักศึกษาในกิจกรรมที่ 9 (โทรทัศน์สำหรับครูอยู่ในแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาครู เลือกพยายามอย่าให้ซ้ำกัน หรือซ้ำกันแต่ให้มุมมองที่แตกต่างกัน)
เรื่อง สนุกกับภาษาไทย อ. รัชเก้า ลิ้มลิขิตอักษร
แนะเทคนิคการแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายของเด็กๆ ที่มีกับเนื้อหาวิชาภาษาไทย ของ อาจารย์ รัชเก้า ลิ้มลิขิตอักษร โรงเรียน เทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก จังหวัดเพชรบุรี
การจัดการเรียนการสอน
  • ครูจะนำเด็กเข้าสู่บทเรียนประมาณ 10 นาที
  • เข้าสู่บทเรียน
  • จัดการสอนทำกิจกกรมโดยการเล่นเกมบัตรคำ
  • โดยมีการแข่งขันกัน โดยแบ่งเด็กเป็นสองฝ่าย
  • วันต่อไปพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่พิธิภัณฑ์โดยพิธิกรจะบรรยายเกี่ยวกับคำราชาศัพท์ซึ้งให้นักเรียนบันทึกคำราชาศัพท์พร้อมอธิบายความหมาย
  • อาจารย์จะกำหนดคำราชาศัพท์แล้วให้เด็กแต่งเป็นนิทานพร้อมแสดงละคร
    ผลที่ได้
  • เด็กมีความตื้นตัวในการทำกิจกรรม
  • เด็กมีความกล้าแสดงออก
  • เด็กมีไหวพลิบในการเรียนรู้
  • มีความกระตือรือร้นในการเรียนและทำกิจกรรม
  • มีความจำที่ดี
    การเตรียมตัวของครู
  • ต้องมีความสามารถในการจัดกิจกรรม
  • ต้องมีความรู้แน่นและพร้อมเสมอ
  • ต้องสามารถนำเด็กทำกิจกกรมได้
  • ต้องมีความพร้อมที่จะยอมรับและแก้ปัญหา
  • ต้องเป็นที่ปรึกษาและที่ว่างใจของเด็ก
  • เท่าทันโลกเทคโนโลยี
  • เข้ากับสังคมรอบข้างได้